โครงสร้างหน่วยงาน
บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของสายงานต่างๆ ในระดับหน่วยงาน
สถานีตำรวจ มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดในคดีอาญา ภายในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครอง รวมตลอดถึงการรับผิดชอบในด้านการงาน และการปกครองบังคับบัญชาถัดรองลงไปจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงภายใน บริการทางสังคม ชุมชน และมวลชนสัมพันธ์ การพัฒนางานบริหารและงานจเรตำรวจ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมตลอดจนถึงงานกิจการพิเศษ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานีตำรวจ งานในสถานีตำรวจ แบ่งออกเป็น ๕ ลักษณะ ดังนี้ คือ
๑. งานอำนวยการ
มีหน้าที่เกี่ยวกับการอำนวยการ การวางแผน การตรวจสอบติดตามและประเมินผลงานที่เกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานของสถานีตำรวจ งานการบริหารบุคลากร งานจเรตำรวจ งานกิจการพิเศษ งานความมั่นคง การศึกษาการฝึกอบรม งานวิชาการ สวัสดิการ การพัฒนา การบริหารจัดการ งบประมาณ การเงิน การพัสดุ การพลาธิการและ สรรพวุธ การส่งกำลังบำรุง รวมทั้งลักษณะงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นส่วนประกอบของงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ
๒. งานป้องกันปราบปราม
การบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งเพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนา และสถานภาพททางสังคมเน้นการป้องกันให้ความสำคัญกับงานป้องกันมากเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้ว จะมีภาระอีกหลายอย่างตามมา ตั้งแต่การสืบสวน สอบสวน การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงการคุมขัง จะต้องเสียค่าใช้จ่าย งบประมาณจำนวนมากดังนั้นตำรวจจะต้องป้องกันไม่ให้อาชญากรรมเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงระบบงานสายตรวจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ตำรวจทุกพื้นที่ ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ ต้องให้ความสำคัญ และร่วมแรง ร่วมใจกันทำหน้าที่ป้องกันอาชญากรรมทุกสถานีตำรวจ จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันให้มากขึ้น โดยทำงานอย่างบูรณาการโดยใช้กำลังจากทุกฝ่ายภายใน สน./สภ.แสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน –หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิ อาสาสมัครต่างๆ และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ใช้ข้อมูลที่ทันสมัยจากทุกช่องทาง ตามที่เกิดขึ้นจริงวิเคราะห์ข้อมูล (สถานภาพ) อาชญากรรม อย่างต่อเนื่อง เป็นระบบนำมาใช้ในการวางแผน ปรับยุทธวิธีการทำงานนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ดำเนินมาตรการการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก อย่างจริงจัง สม่ำเสมอตำรวจกับประชาชน เป็นคนๆเดียวกัน ต้องเข้าหาประชาชนตำรวจกับประชาชนเปรียบเหมือนคนๆ เดียวกัน ต้องทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตำรวจต้องเป็นฝ่ายเข้าหาประชาชน เข้าหาหน่วยราชการ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ ตรวจสอบ (X-Ray) ปัญหาความเดือดร้อน อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและถูกใจ ได้ผลอย่างยั่งยืนการแสวงหาความร่วมมือ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ จะต้องเริ่มจาก การปฏิบัติหน้าที่ – ภารกิจ สำเร็จ ครบถ้วน เพื่อเป็นการสร้างศรัทธา ความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนและสังคมยอมรับก่อน จึงจะเป็นที่มาของความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน และหน่วยราชการที่เราต้องการได้การใช้กำลังและอาวุธ
ตำรวจจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นอย่างแท้จริง และไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นหรือตนเองเท่านั้น ต้องสมเหตุสมผล ตำรวจจึงจำเป็นต้อง ฝึกอบรม เรียนรู้ จนสามารถใช้กำลังและอาวุธได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พึงระมัดระวังอย่างยิ่ง หากผิดพลาดจะเสียหาย แก้ไขยาก เพราะเทคโนโลยีปัจจุบัน ก้าวหน้า รวดเร็วมากภาพพจน์ และชื่อเสียงของตำรวจต้องคำนึงถึงภาพพจน์ และชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายและให้บริการ ประกอบกับตำรวจนั้นมีต้นทุนทางสังคมต่ำ กระทำการใดๆ มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ต้องช่วยกัน สอดส่อง ดูแล ช่วยเหลือ/แก้ไข ปัญหา ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในงานราชการ และส่วนตัว อย่าปล่อยให้ตำรวจเพียงไม่กี่คนทำให้ภาพพจน์ของตำรวจส่วนใหญ่เสียหายต้องไม่เป็นหนึ่งในส่วนน้อยที่ทำให้องค์กรตำรวจเสียหาย ทั้งเรื่องใหญ่ หรือเรื่องเล็กน้อยให้ห่างไกล ไม่ไปคบหากับผู้มีอิทธิพล ผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แก๊งเงินกู้นอกระบบ อบายมุขทุกประเภท ต้องถอยออกมาอย่างเด็ดขาด และช่วยจัดการให้หมดสิ้นไปไม่ทำผิด ฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง เช่น ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ขับรถย้อนศร โดยไม่จำเป็น ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยไม่สวมหมวกกันน็อก เป็นต้นอาชญากรรมที่เกิดกับเด็ก สตรี คนชรา และชาวต่างชาติ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และสื่อมวลชน ตลอดจนส่งผลต่อความรู้สึก ความหวาดระแวง ภัย-อันตราย จากอาชญากรรม
๓. งานจราจร
มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล ตรวจสอบและประเมินผลงานด้านการควบคุมจราจร จัดการและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับจราจร งานจราจรตามโครงการพระราชดำริ รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านการจราจร ในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ ตลอดจนพื้นที่ที่มีการจราจรต่อเนื่องกัน
๔. งานสืบสวน
มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล ตรวจสอบติดตามและประเมินผล ตลอดจนปฏิบัติงานในด้านการสืบสวน ปราบปราม อาชญากรรม การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาทุกฉบับตลอดจนองค์กรหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่อมิให้เกิดอาชญากรรมขึ้นในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ
๕. งานสอบสวน
มีหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน อำนวยการ สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล ตรวจสอบติดตามและประเมินผลด้านการสอบสวนคดีอาญา การมีความเห็น การให้ความเห็นชอบ หรือการเห็นแย้งในคดีอาญา การอุทธรณ์ ฎีกา หรือการขอให้พิจารณาคดีใหม่ รวมทั้งงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนประกอบของงานนี้ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาให้บังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือพื้นที่ปกครองของสถานีตำรวจ